บทสรุปการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของหลักสูตร CCNA และ Cisco Certifications (มีผล 24 ก.พ. 2020)

          เมื่อช่วงกลางปี Cisco ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่จะมีต่อ career certification program เรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงยกแผงกันเลยทีเดียวนะครับ ดังจะดูได้จากภาพด้านบนนี้ ซึ่งเเป็น Cert ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในต้นปีหน้า (เริ่ม 24 กุมภาพันธ์ 2020)

          แผนผังการสอบ Cert ในรูปแบบก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงตามที่ประกาศนี้  Cisco ได้แบ่ง Cert ระดับ CCNA ไปตามสายเทคโนโลยี อาทิ เช่น สาย Routing & Switching (ตัวดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยกันและเป็นที่นิยมในประเทศไทย)  สาย Wireless สาย Security สาย Service Provider  สาย Data Center เป็นต้น รวมๆ แล้ว มีถึง 10 สายเทคโนโลยีให้เลือกสอบกันเลยทีเดียว  ส่วนระดับ Professional ก็จะมีให้เลือก ตามภาพ

 

ถ้าถามว่าทำไมถึงมี Cert ค่อนข้างเยอะ ?

          ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1998 Cisco เริ่มมาจาก track นึง ที่ชื่อว่า Routing & Switching ในช่วงเวลานั้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน Cisco ก็ได้ขยายและกำหนด technology ขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นแต่ละสายได้แบ่งรูปแบบออกมาในระดับ CCNA และ CCNP และมีระดับที่เจาะลึกลงไปในแต่ละเทคโนโลยีของสองระดับนี้เข้าไปอีก ลึกจนได้ยกระดับ เป็น expert ขึ้นมา ซึ่งก็คือ CCIE นั่นเอง

สำหรับการสอบ Cert เดิม เราต้องสอบ track เดียวกันแบบต่อเนื่องกันไปสำหรับ CCNA -> CCNP  ส่วน CCIE  สามารถสอบได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องผ่าน CCNA, CCNP มาก่อน

          จนมาถึงปี 2019 Cisco ได้พิจารณาควบรวมสาย หรือ track หลายๆอันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆในปัจจุบัน โดยในระดับ professional (CCNP) และ ระดับ expert (CCIE) จะเหลือทางเลือก 5 Cert ตามภาพ ซึ่งจะต้องเริ่มไต่จาก CCNA เช่นเดิม แต่ CCNA ของหลักสูตรใหม่นี้จะเปลี่ยนไปเหลือเพียงตัวเดียว

(หมายเหตุ : สาย “Routing & Switching” ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกแทนที่ด้วย “Enterprise”)

 

ในวันที่ Cisco ประกาศการเปลี่ยนแปลง Cert. ได้บอกว่า

CCENT

          CCENT : ซึ่งเป็นตัวสอบขั้นเริ่มต้น (วิชาสอบคือ ICND1) ตัวนี้จะไม่มีแล้วนะครับ ถ้าใครสอบ CCENT ได้ ICND1 แล้ว ต้องการสอบ ICND2 เพื่อให้ได้ cert CCNA ต้องรีบสอบนะครับ เพราะถ้าใครยังไม่รีบสอบ หลัง 24 กุมภาพันธ์ 2020 ต้องสอบเป็น CCNA ใหม่ไปเลย

 

CCNA

          CCNA : Cert ในระดับ CCNA ที่แต่ก่อนมี track ต่างๆ เช่น CCNA R&S, CCNA Wireless, CCNA Data Center เป็นต้น ก็จะเหลือเพียง CCNA ตัวเดียวเท่านั้น

CCNP

          CCNP : Cert ในระดับ CCNP จะเหลือเพียง 5 track  ที่สำคัญคือ เจ้า CCNP Routing & Switching จะรวมกับ CCNP Wireless กลายมาเป็น track ที่ชื่อว่า “CCNP Enterprise” ซึ่งการสอบในระดับ CCNP เขาจะเรียกวิชาที่เป็นหลักของแต่ละ trackว่า core technology (__COR) ตรงช่องว่าง คือ อักษรย่อของแต่ละ track เช่น

Enterprise ก็จะเป็น ENCOR, Data Center ก็จะเป็น DCCOR, Service Provider ก็จะเป็น SPCOR เป็นต้น

หมายเหตุ : CCNP หลักสูตรใหม่สามารถสอบได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมี CCNA มาก่อน

 

CCIE

          CCIE : ตัวนี้การสอบในปี 2020 จะแตกต่างจากเดิมยังไงมาดูกัน

เดิม CCIE จะต้องสอบ 2 ข้อสอบ โดยจะแบ่งเป็น สอบทฤษฎี (Written exam) ให้ผ่านแล้วไปสอบปฏิบัติ (Lab exam) ต่อ (written และ lab ต้องสอบ track เดียวกัน)แต่ cert แบบใหม่นี้ จะไม่มีการสอบ CCIE Written แล้ว แต่..อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะ หากเราต้องการ CCIE ใน track ไหน เราจะต้องสอบวิชา core technology ของ track นั้นให้ผ่านก่อนนั่นเอง (ตัวเดียวกับที่สอบในระดับ CCNP track นั้นๆ)  แล้วจึงจะมาสอบ Lab 8 ชั่วโมงต่อไปตามเดิม

          สรุปง่ายๆ คือ ใครที่สอบ CCNP ใน track นั้นผ่านแล้ว แล้วจะสอบ CCIE track เดิม ก็เท่ากับผ่านวิชา core แล้ว สอบ lab ได้เลย อันนี้ที่จริงแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับคนที่มี CCNP อยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าใครอยากได้ CCIE ใน track อื่น ก็จะต้องไปสอบ core ของ track นั้นให้ผ่านก่อน ก็สรุปประมาณว่ายังต้องสอบสองรอบเหมือนของเดิมที่เราเคยสอบ written นั่นเอง

          ในบทความข้างต้น ได้บอกไว้ว่าในระดับ CCNP ตัว R&S ได้รวมกับ Wireless เป็นชื่อ Enterprise

แต่….ในระดับ CCIE ตัว Enterprise ได้แยกเป็น Enterprise Infrastructure และ Enterprise Wireless ซะงั้น ซึ่งเนื้อหาที่สอบไม่เหมือนกันตามชื่อของเขานั่นแหละครับ

 

สมมติว่า คุณสมหวังอยากที่จะได้ cert CCIE Security  ตามแผนการสอบใหม่นี้ สิ่งที่คุณสมหวังจะต้องทำคือ

  • คุณสมหวังจะต้องสอบ CCNP Security core exam (SCOR 300-701)  ให้ผ่าน
  • สอบ CCIE Lab ให้ผ่าน

อีกกรณีหนึ่ง

หากคุณสมฤดี อยากที่จะได้ cert CCIE ใน track Enterprise สิ่งที่คุณสมฤดี จะวางแผนในการสอบคือ

  • คุณสมฤดี ต้องสอบวิชา core technology ที่เป็น enterprise (ENCOR 300-401) ให้ผ่าน
  • คุณสมฤดี จะมีทางเลือกได้สองทาง สำหรับ CCIE คือ สอบ lab - Enterprise Infrastructure หรือ สอบ lab - Enterprise Wireless ให้ผ่าน

 

Note : บทความนี้ขอกล่าวถึง CCNA เป็นหลัก จึงไม่ได้กล่าวถึง Cert ตัวใหม่ของ Cisco ที่มีชื่อว่า DevNet

 

 

ทีนี้กลับมาสู่วิชา CCNA กันดีกว่าครับ แล้ว CCNA Version ปัจจุบันกับ Version ใหม่ เนื้อหาเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

 

ตัวอย่างหัวข้อของ CCNA Version ปัจจุบัน (200-125) ที่จะถูกลบออกนะครับ

1 Compare and contrast OSI and TCP/IP models
2 Network topologies (Star, Mesh, Hybrid)
3 Compare and contrast IPv4 address types Unicast, Broadcast, Multicast
4 Configure and verify IPv6 Stateless Address Auto Configuration
5 Interpret Ethernet frame format
6 Add and remove VLANs on a trunk
7 DTP, VTP (v1&v2)
8 STP mode (PVST+
9 BPDU guard
10 PAGP
11 Describe the benefits of switch stacking and chassis aggregation
12 Configure, verify, and troubleshoot inter-VLAN routing     
12.1 Router on a stick
12.2 SVI
13 Compare and contrast static routing and dynamic routing
14 Compare and contrast distance vector and link state routing protocols
15 Compare and contrast interior and exterior routing protocols
16 Configure, verify, and troubleshoot single area and multi-area OSPFv3 for IPv6
17 Configure, verify, and troubleshoot EIGRP for IPv4
18 Configure, verify, and troubleshoot EIGRP for IPv6
19 Configure, verify, and troubleshoot RIPv2 for IPv4
20 Troubleshoot basic Layer 3 end-to-end connectivity issues
21 Configure and verify PPP and MLPPP on WAN interfaces using local authentication
22 Configure, verify, and troubleshoot PPPoE client-side interfaces using local authentication
23 Configure, verify, and troubleshoot GRE tunnel connectivity
24 Describe WAN access connectivity options
24.1 MPLS
24.2 Metro Ethernet
24.3 Broadband PPPoE
24.4 Internet VPN (DMVPN, site-to-site VPN, client VPN)
25 Configure and verify single-homed branch connectivity using eBGP IPv4 (limited to peering and route advertisement using Network command only)
26 TFTP, DNS, and gateway options
27 Troubleshoot client- and router-based DHCP connectivity issues
28 Configure, verify, and troubleshoot basic HSRP   
29 Describe the purpose of first hop redundancy protocol
29.1 Priority   
29.2 Preemption
29.3 Version
30 Verify ACLs using the APIC-EM Path Trace ACL analysis tool
31 Troubleshoot network connectivity issues using ICMP echo-based IP SLA         
32 Configure and verify device management
33 Backup and restore device configuration
34 Password recovery and configuration register      
35 Local SPAN 

 

ตัวอย่างหัวข้อของ CCNA Version ใหม่ (300-201) ที่จะถูกเพิ่มเข้ามานะครับ

1 Explain virtualization fundamentals (virtual machines)
2 Describe characteristics of network topology architectures
2.1 Spine-leaf
2.2 Small office/home office (SOHO)
3 Concepts of PoE
4 Verify IP parameters for Client OS (Windows, Mac OS, Linux)
5 Describe wireless principles
5.1 Nonoverlapping Wi-Fi channels
5.2 SSID
5.3 RF
5.4 Encryption
6 Compare Cisco Wireless Architectures and AP modes
7 Describe physical infrastructure connections of WLAN components (AP,WLC, access/trunk ports, and LAG)
8 Describe AP and WLC management access connections (Telnet, SSH, HTTP,HTTPS, console, and TACACS+/RADIUS)
9 Configure the components of a wireless LAN access for client connectivity using GUI only such as WLAN creation, security settings, QoS profiles, and advanced WLAN settings
10 Describe wireless security protocols (WPA, WPA2, and WPA3)
11 Configure WLAN using WPA2 PSK using the GUI
12 Define key security concepts (threats, vulnerabilities, exploits, and mitigation techniques)
13 Describe security program elements (user awareness, training, and physical access control)
14 Describe security password policies elements, such as management, complexity, and password alternatives (multifactor authentication, certificates, and biometrics)
15 Describe remote access and site-to-site VPNs
16 Compare traditional campus device management with Cisco DNA Center enabled device management
17 Recognize the capabilities of configuration management mechanisms Puppet, Chef, and Ansible
18 Interpret JSON encoded data 

 

อยากสอบ Cert CCNA Version ใหม่ต้องทำอย่างไร?

          ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ 2020 คุณจะเหลือแต่ทางเลือกเดียวที่จะได้ CCNA นั่นคือต้องสอบวิชา 200-301 : Implementing and Administering Cisco Solutions (CCNA)
โดยจะขอแนะนำทางเลือกในการสมัครสอบ ดังนี้ครับ

  • ถ้าสามารถเบิกค่าสอบจากที่ทำงานของคุณ หรือองค์กรใดๆได้ โดยต้องใช้บิล / ใบเสนอราคา / ใบเสร็จ ในการทำเรื่องเบิก ขอแนะนำให้ติดต่อสมัครสอบกับศูนย์สอบโดยตรงครับ จะสะดวกที่สุด โดยดูศูนย์สอบที่คุณสะดวกได้ตามนี้เลย https://www.cisco.com/c/th_th/training-events/ccc-exam.html
  •  
  • หากคุณไม่ได้ต้องการเบิกค่าสอบ (สมัครสอบและชำระด้วยตัวเอง) และมีบัตรเครดิต สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของ Pearson VUE ซึ่งค่าสอบจะถูกกว่า เนื่องจากไม่ได้มีค่าอำนวยความสะดวกต่างๆ และชำระเงินเป็น USD ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ปีนี้เงินบาทกำลังแข็งค่า คุณจะได้ราคาที่ถูกกว่าเมื่อตีเป็นเงินไทยทั้งนี้ แม้จะสมัครเองผ่านเว็บ ก็เลือกศูนย์สอบที่สะดวกได้ทั่วประเทศ ไปจนถึงทั่วโลกเลยครับ


ขั้นตอนในการสมัครแบบคร่าวๆ
1. เข้าไป login ที่เว็บ https://home.pearsonvue.com/  เลือกเมนูที่ “for test taker”
2. ทำการจอง วัน เวลา และสถานที่สอบ จากนั้น ชำระเงินค่าสอบ
3. ไปสอบตามวัน แวลา สถานที่ ที่จองไว้
4. คุณจะได้รับคะแนนสอบหลังสอบเสร็จ ถ้าสอบผ่าน อย่าลืมเข้าไปกดรับ Cert กันนะครับ

Note : คุณสามารถดู “10 สิ่งที่คนเตรียมตัวจะสอบ Cert. CCNA ต้องรู้!!!”  ได้ที่ http://ninehua.com/index.php/story/menu-nw/181-10ccna หรือ คลิกที่นี่

คำถามในข้อสอบ CCNA 200-301 เป็นประมาณไหน?

คำถามในข้อสอบ CCNA จะประกอบไปด้วย

  • Multiple-choice , single-answer คือ ข้อสอบปรนัย (มีตัวเลือกให้จิ้มตอบ) แบบเลือกคำตอบเดียว
  • Multiple-choice , multiple-answer คือ ข้อสอบปรนัย (มีตัวเลือกให้จิ้มตอบ) แบบมีคำตอบที่ถูกหลายคำตอบ เราต้องจิ้มตามจำนวนที่โจทย์บอก เช่น ให้ตอบ 2 ข้อ
  • Testlet คือ ให้เหตุการณ์มาหนึ่งอัน แต่ถามได้หลายข้อ (เป็นข้อสอบ choice)
  • Drag-and-drop ให้ลากคำตอบมาใส่
  • Simulated lab (sim) เป็นข้อสอบ lab แบบ simulate โดยจะให้เราดู network topology และ lab scenario ซึ่งเราสามารถ access อุปกรณ์ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือแก้ปัญหาที่อยู่ใน configuration
  • Simlet เหมือน testlet แต่เป็นในลักษณะของ lab โดยแทนที่จะแก้ หรือเปลี่ยนแปลง configure เค้าจะให้ตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะของ network ในขณะต่างๆแทน


สำหรับ Sim และ Simlet จะทำบน network simulator ซึ่ง Cisco ต้องการที่จะวัดความสามารถในการระบุปัญหา และแก้ไขปัญหาที่เกิดบน network นั่นเอง

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • https://www.cisco.com/c/en/us/training-events/training-certifications/next-level-certifications.html
  • https://www.cbtnuggets.com
  • คลิปสัมภาษณ์คุณ Susie J. Wee (VP และ CTO ของ Cisco Systems) จาก https://www.youtube.com/watch?v=nD7zD-cpQG0
  • เอกสาร Official Cert Guide , CCNA 200-301 vol.1 เขียนโดย Wendell Odom จาก Cisco press
  • https://blog.ine.com

 

กลับสู่ด้านบน